• Prd Wy Term

น้ำหนักกับพัฒนาการของทารก (average baby weight by month)

Updated: Jun 2



น้ำหนักของน้องเบบี๋นั้น เป็นส่วนหนึ่งของตัวชี้วัด ถึงสุขภาพร่างกายในด้านต่างๆ อาทิ สารอาหารที่ดีที่น้องรับประทานและพัฒนาการทางสรีรของน้อง ซึ่งช่วง 0 - 12 เดือนแรกเป็นช่วงเวลาที่สำคัญมากๆ ที่เป็นการเจริณเติบโตและพัฒนาการนั้นรวดเร็วติดจรวด ก้าวกระโดดกันสุดๆ จึงแนะนำให้หมั่นติดตามน้ำหนักของน้องกันเดือนต่อเดือนในช่วงนี้เลยก็ว่าได้ อันดับแรก พ่อแม่ควรระลึกไว้เสมอว่าการติดตามผลน้ำหนักของน้องเบบี๋นั้น ตั้งแต่เกิดมานั้นมีน้ำหนักและขนาดตัวเริ่มแรกที่ไม่เหมือนกัน ถึงแม้ว่าน้องจะเกิดมาตัวเล็ก น้ำหนักเบา แต่ก็ไม่จำเป็นที่จะคิดว่าน้องมีปัญหาสุขภาพหรือพัฒนาการการเจริญเติบโตเสมอไป แต่หากว่าอยู่ในระหว่างการเดินทางจาก 0 ไปถึง 12 เดือน เพราะฉะนั้นแล้วหากพ่อแม่คอยหมั่นจดบันทึก หมั่นตรวจเช็คน้ำหนักน้องเทียบตารางน้ำหนักเฉลี่ยทารกควบคู่ ก็จะช่วยให้พ่อแม่สามารถติดตามการเจริญเติบโตของน้องได้ ศูนย์ควบคุมโรคติดต่อ (CDC) แนะนำให้ใช้ตารางเทียบอายุเฉลี่ยเบบี๋ของ องค์การอนามัยโลก (WHO) ตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 2 ขวบ แต่ในบทความนี้ จะแปะเฉพาะตารางเทียบอายุเดือนต่อเดือน ของ 0 - 12 เดือนนะคะ น้ำหนักเด็กรวมโดยเฉลี่ย


อ้างอิงจาก WHO, น้ำหนักของทารกเพศชายที่คลอดหลังครบกำหนดสมบูรณ์นั้นจะหนักอยู่ที่ประมาณ 7 ปอนด์ 6 ออนซ์ หรือ ประมาณ 3.3 กิโลกรัม และ น้ำหนักของทารกเพศหญิงที่คลอดหลังครบกำหนดสมบูรณ์นั้นจะหนักอยู่ที่ประมาณ 7 ปอนด์ 2 ออนซ์ หรือ ประมาณ 3.2 กิโลกรัม


แต่หากว่าถ้าหลังคลอด น้องมีน้ำหนักน้อยกว่า 5 ปอนด์ 8 ออนซ์ หรือ 2.5 กิโลกรัม นั้นจะถือว่าต่ำกว่าเกณฑ์ (source: PubMed Central)


เป็นเรื่องปกติที่ 10% ของน้ำหนักทารกอาจจะหายไปหลังคลอด เพราะปกติเหตุผลมักจะมาจากการสูญเสียของเหลวเมื่อคลอดออกมา ซึ่งทารกส่วนใหญ่จะได้น้ำหนักกลับมาหลังจากลืมตาดูโลก 1 สัปดาห์

กราฟเทียบน้ำหนักเฉลี่ยของเบบี๋เทียบตามอายุ



จากรูปจะแสดงถึงค่าหนักน้ำของน้องที่ แรกเกิด ทุกๆ 2 เดือน ไปจนถึง 12 เดือน แบ่งเพศชาย(ฟ้า)หญิง(ชมพู)นะคะ แต่หากคุณพ่อคุณแม่ท่านไหน สนใจตารางข้อมูลน้ำหนักที่ละเอียดกว่านี้สามารถ ไปที่ https://www.medicalnewstoday.com/articles/325630#by-age ได้เลย ซึ่งในชาร์ทของเค้าก็จะบอกข้อมูลน้ำหนักเฉลี่ยเป็นเดือนต่อเดือน เลยค่ะ สิ่งที่พ่อแม่จะต้องพบเจอ

เบบี๋จะเติบโตและหนักขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วง 6 เดือนแรก ซึ่งถึงแม้ว่าสถานการณ์ของแต่ละครอบครัวจะแตกต่างกันออกไป แต่โดยเฉลี่ยแล้ว เด็กจะหนักขึ้นทุก 4-7 ออนซ์ หรือ 113-200 กรัม ต่อสัปดาห์ ในช่วง 4-6 เดือนแรกกันเลยทีเดียว


และเมื่อน้องมีอายุ 6-18 เดือน อัตราการเจริญเติบโตก็จะชะลอช้าลง อยู่ที่ 3-5 ออนซ์ (85-140 กรัม) ต่อสัปดาห์เท่านั้น ซึ่งหากอิงจากค่าเฉลี่ย น้ำหนักสุทธิของน้องก็จะอยู่ที่ 3 เท่าของน้ำหนักตอนที่น้องเกิดมานั่นเอง แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะอ้างอิงได้หมด เพราะเด็กบางก็อาจจะมีอัตราเร็วในการเติบโตที่ต่างจากเพื่อนก็เป็นได้

เบบี๋บางคนอาจจะโตเร็วแซงหน้าเพื่อนไปถึงช่วงเวลานึงน้องก็จะหยุดโตแช่ไปแปปนึง ซึ่งโดยปกติแล้วการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วของเด็กนั้น ก็เป็นสัญญาณบ่งบอกถึง ช่วง growth spurt ของน้อง ซึ่งน้องแต่คนจะมีช่วงนี้แตกต่างกันไป พ่อแม่ก็อาจจะต้องลองสังเกตุน้องดีๆนะคะ เพราะว่าถ้าน้องคนไหนเลยช่วง growth spurt ไปแล้ว หลักเกณฑ์การคำนวณอัตราการเจริญเติบโตที่ให้ไว้สำหรับเบบี๋ อาจจะไม่สามารถนำมาใช้อ้างอิงประกอบการสังเกตการณ์พัฒนาการด้านร่างกายน้องที่โตขึ้นสู่อีกช่วงอายุ ได้อีกต่อไปนะคะ



อะไรบ้างที่ส่งผลต่อน้ำหนักของเบบี๋

อย่างที่ทุกคนทราบ ไม่ใช่แค่น้ำหนักเท่านั้นที่เป็นตัวชี้วัดการเจริญเติบโต (Other measurements) และ พัฒนาการทางร่างกายของน้อง หลักเกณฑ์อื่นๆที่เราต้องนำมาดูเปรียบเทียบด้วยเช่น ความยาวของช่วงตัวเด็ก และความยาวรอบกะโหลกศีรษะของน้องก็เช่นกัน


เมื่อนำ 3 รายการนี้มาพิจารณาเข้าด้วยกัน ก็จะทำให้แพทย์สามารถวินิจฉัยได้ว่าเบบี๋ที่ตรวจนั้น มีอัตราการเจริญเติบโต หรือพัฒนาการทางร่างกายที่ปกติ เหมือนเด็กคนอื่นๆ ที่อยู่ในเพศ หรือช่วงอายุเดียวกันมั้ย


ในขณะเดียวกัน เราก็ไม่ควรลืม และหมั่นตรวจสอบพัฒนาการในด้านอื่นๆของเด็ก ที่เกิดขึ้นพร้อมๆกันนี้ด้วย ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถหาข้อมูล milesstone checklist ทางด้านพัฒนาการอื่นๆได้ทางแหล่งข้อมูลอื่นๆต่างๆ รวมถึงแหล่งจาก Pathways.org (which is endorsed by organizations such as the American Academy of Pediatrics and the National Association of Pediatric Nurse Practitioners.) นอกเหนือจากนี้ ตัวแปลอื่นๆ ที่ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของน้อง อาทิ

เพศ


เบบี๋เด็กชาย โดยทั่วไปมักจะมีน้ำหนักตัวที่มากกว่าเบบี๋เด็กผู้หญิง และมักจะมีอัตราการเจริญเติบโตที่เร็วกว่า


สารอาหารที่ได้รับ


น้ำหนักที่เพิ่มมากขึ้น และ อัตราการเจริญเติบโตที่รวดเร็ว บางครั้งก็อาจจะมากจากการเลือกให้เด็กเบบี๋ทานนมแม่ หรือสูตรนมผง The American Academy of Pediatrics รายงานว่า เด็กที่ทานนมแม่ มักจะมีอัตราการเจริญเติบโต และน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นเร็ว กว่าเด็กที่ทานนมชง ในช่วง 6 เดือนแรก


แต่ในขณะเดียวกัน อัตรานั้นก็สามารถผันเปลี่ยนได้ในช่วง 6 เดือนเป็นต้นไป ถึง 1 ปี เด็กที่ทานนมแม่ช่วงนี้จะมีอัตราการเจริญเติบโตที่ช้ากว่าเด็กที่ทานสูตรนมผง


ปัญหาทางสุขภาพแต่กำเนิด


ปัญหาสุขภาพของเบบี๋น้อยที่ตรวจพบเจอไม่ว่าจะตั้งแต่ยังอยู่ในครรภ์ หรือหลังคลอดต่างๆ ก็สามารถส่งผลต่อการเจริญเติบโตของน้องเช่นกัน อาทิ เด็กที่มีความผิดปกติของหัวใจแต่กำเนิด (congenital heart irregularities )


หรือ บางโรคที่ส่งผลต่อการขัดขวางการดูดซึมสารอาหรไปเลี้ยงร่างกายให้เติบโต อย่าง โรคเซลิแอค ( celiac disease) ก็มีผลต่ออัตราการเจริญเติบโตของเด็กเช่นกัน

การคลอดก่อนกำหนด


เด็กที่คลอดก่อนกำหนด ย่อมมีอัตราการเติบโตในช่วงแรกที่ช้ากว่า เด็กที่คลอดตามกำหนดการณ์ปกติ แต่ถึงแม้ว่าจะคลอดก่อนกำหนด ถ้าหากว่าเด็กสุขภาพดี ปกติสมบูรณ์ ก็ย่อมมีพัฒนาการการเจริญเติบโตที่ตามทันเด็กคนอื่นๆในช่วง 1 ปีแรกอย่างแน่นอน


สรุป


ถึงแม้ว่าหากอ้างอิงจากข้อมูลข้างต้น ก็ยังไม่สามารถกำหนดหรือกะเกณฑ์พัฒนาการการเจริญเติบโตของเด็กได้อย่าง 100% หากแต่ว่ายังต้องดูและสังเกตการณ์อื่นๆควบคู่ด้วย อาทิ กุมารแพทย์ประจำตัวน้องก็จะดูภาพรวมการเจริญเติบโตของน้องทั้งหมดว่ายังสม่ำเสมออยู่หรือไม่ และถึงแม้ว่าเด็กคนนึงจะเกิดมาตัวเล็ก ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ที่ตัวเล็ก หรือ เด็กที่เกิดมาช่วงลำตัวยาวกว่า ก็ไม่ได้เป็นตัวกำหนดว่าน้องจะโตขึ้นมาสูงกว่าคนอื่น


เพราะสิ่งสำคัญที่สุดที่ผู้เขียนต้องการสื่อสารคือ อยากให้พ่อแม่ลอง keep track ของโดยอ้างอิงส่วนนึง เพื่อประกอบการพิจารณาสังเกตการเจริญเติบโตของน้อง เพื่อติดตามพัฒนาการ และคอยสังเกตการณ์หาความผิดปกติ (หากมี) และป้องกันได้ทันท่วงทีค่ะ



แปลข้อมูลมาจาก What is the average baby weight by month?

Medically reviewed by Carissa Stephens, R.N., CCRN, CPN — Written by MaryAnn De Pietro, CRT — Updated on September 6, 2021

2 views0 comments